May 17

เคนพอใจผลงานตัวเองแม้จะชวดดาวซัลโว

หลังจากพรีเมียร์ลีกรูดม่านปิดฉากลงและเป็น โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ของหงส์แดงที่คว้ารางวัล ดาวซัลโว พร้อมทั้งทำลายสถิติ การทำประตูในฤดูกาลที่มี 38 แมตช์ลงด้วยจำนวน 32 ประตู เฉือนแฮร์รี่ เคน ที่ยิงไป 30 ประตู

โดยแฮร์รี่ เคน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อระหว่างรอเรียกตัวเข้าแคมป์เก็บตัวทีมชาติอังกฤษเพื่อลุยฟุตบอลโลกที่ รัสเซียว่า “มันเป็นการดีที่มีการแข่งขัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมสำหรับพรีเมียร์ลีก ที่มีนักเตะถึงสองคนที่ทำได้ 30 ประตู” เคน กล่าว  “สำหรับผมแล้วเป้าหมายคือการพัฒนาขึ้นจากปีที่แล้ว อย่างเห็นได้ชัดจาก 29 ประตู และมันยอดเยี่ยมไปเลยที่ผมทำได้ 30 ประตู”

“ซาลาห์ ทำได้ดีในปีนี้ เขาสมควรได้รับมัน เขาคู่ควรกับรางวัลรองเท้าทองคำ ส่วนผมก็กำลังรอคอยที่จะแข่งขันกันอีกครั้งในฤดูกาลหน้า ผมไม่ได้เจอโมเพื่อคุยกับเขาเรื่องนี้หรอก แต่นี่คือสิ่งที่คุณต้องการอยู่ที่ระดับสูงสุด คุณต้องการที่จะต่อสู้เพื่อหลายสิ่ง และผมก็คิดว่าเราจะต้องกดดันกันและกันแน่ เขาทำลายสถิติสำหรับฤดูกาลที่มี 38 เกมส์ไปแล้ว และนั่นเป็นสิ่งที่ผมจะพยายามทำให้ได้ในฤดูกาลหน้า”

“นักเตะคนไหนๆก็ต้องการที่จะทำให้ได้อย่างสม่ำเสมอ และนั่นเป็นสิ่งที่กำหนดนักเตะที่ดีจนถึงนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขาทำผลงานได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจในปีนี้ และเขาดูเหมือนจะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมไปแล้ว และเราจะมาดูกันว่าเราทั้งสองจะทำได้ดีอย่างต่อเนื่องแค่ไหนในฤดูกาลหน้า” เคน กล่าวทิ้งท้าย

May 17

โอซิล และกุนโดกาน ออกโรงหนุน ปธน.ตุรกี

สหพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี (DFB) ตำหนิ เมซุต โอซิล เพลย์เมกเกอร์ อาร์เซนอล กับ อิลคาย กุนโดกัน มิดฟิลด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี ข้องแวะด้านการเมือง ถ่ายรูปคู่ รีเซป ตอยยิป เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี

2 นักเตะ “อินทรีเหล็ก” ซึ่งเกิดที่ประเทศเยอรมนี แต่มีเชื้อสายเติร์ก มอบเสื้อพร้อมลายเซ็นแก่ เออร์โดกัน ซึ่งกำลังหาเสียง เพื่อเลือกตั้งซ่อม ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยฝ่าย กุนโดกัน เขียนข้อความ “แด่ท่านประธานาธิบดี ด้วยความเคารพอย่างสูง”

โอซิล กับ กุนโดกัน ต่างมีชื่อติดโผ 27 ขุนพล ป้องกันแชมป์ ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่ง ทีมของ โยอาคิม เลิฟ ถูกจับตาในฐานะตัวเต็ง ขณะที่ ตุรกี ตกรอบคัดเลือก โซนยุโรป

ทำให้ นักการเมืองของ เยอรมนี หลายคน ต่างตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของ 2 ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังของประเทศ

ไรน์ฮาร์ด กรินเดล ประธาน “เดเอฟเบ” กล่าว “ฟุตบอล และ DFB ปกป้องค่านิยมของประชาธิปไตยไม่เพียงพอ นั่นคือสาเหตุของความบกพร่องที่ปล่อยให้ผู้เล่นของเรา กลายเป็นหุ่นเชิดสำหรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ แน่นอนว่ามันไม่ได้ช่วยให้ภาพลักษณ์ขององค์กรดูดีขึ้น”

เออร์โดกัน วัย 64 ปี เคยเล่นฟุตบอลกึ่งอาชีพกับ กาซิมปาซา สโมสรแห่งหนึ่งในกรุงอิสตันบูล ก่อนเข้าสู่เวทีการเมือง ยุค 1990 ปกครองประเทศมายาวนาน 15 ปี และประกาศให้ลงคะแนนเสียงกันใหม่ วันที่ 24 มิถุนายน หลังการจัดตั้งรัฐบาลล้มเหลว

May 17

ตราหมีผงาดซิวยูโรปาลีก อัดมาร์กเซยคาแดนน้ำหอม 3-0

“ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ ยูฟา ยูโรปา ลีก 2017-18 เอาชนะ “โอแอ็ม” โอลิมปิก มาร์กเซย แบบไร้ปัญหา 3-0 จากประตูของ อองตวน กรีซมันน์ และ กาบี ที่สนาม ปาร์ก โอลิมปิก ลียง คืนวันพุธที่ 16 พฤษภาคม

ยูฟา ยูโรปา ลีก 2017-18 รอบชิงชนะเลิศ
มาร์กเซย 0-3 แอต.มาดริด

ดีเอโก ซิเมโอเน เทรนเนอร์ แอตเลติโก มาดริด ยังคงติดโทษแบน มอบหมายงานแก่ เฮร์มัน บูร์โกส ผู้ช่วย คุมทีมแทน ส่ง ดีเอโก กอสตา จับคู่ อองตวน กรีซมันน์ รับมือ โอลิมปิก มาร์กเซย ที่มี วาเลรี แชร์แมง ยืนศูนย์หน้าตัวเป้า ประสานงาน ดิมิทรี ปาเยต , ลูคัส โอคัมโปส และ ฟลอริยง โตแว็ง ล่าตาข่าย

โอลิมปิก มาร์กเซย หวิดสร้างเซอร์ไพรส์แค่ 4 นาที ดิมิทรี ปาเยต กัปตันทีม แทงเจาะตรงกลางให้ วาเลรี แชร์แมง แปเน้นๆ สวน แยน โอบลัก นายทวาร เหินข้ามคาน เข้าสู่นาที 21 แอตเลติโก มาดริด ที่ตั้งเกมบุกลำบาก ฉวยโอกาสจากความผิดพลาด อังเดร ซามโบ อังกิสซา จับบอลลั่น ทำให้ กาบี เบิ้ลจังหวะเดียวให้ อองตวน กรีซมันน์ ยิงง่ายๆ ขึ้นนำ 1-0

สถานการณ์ “โอแอ็ม” ทำท่าจะย่ำแย่ นาที 32 ดิมิทรี ปาเยต บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ร่ำไห้เดินออกจากสนามให้ มักซิม โลเปซ ลงแทน กลับมาสู้กันต่อครึ่งหลัง แชมป์ 2 สมัย บวกเพิ่มเป็น 2-0 นาที 49 โกเก ดีดออกขวาให้ อองตวน กรีซมันน์ ชิปนิ่มๆ ด้วยซ้ายข้างถนัดข้าม สตีฟ ม็องดองดา นายทวาร อย่างเหนือชั้น

ทีมของ รูดี การ์เซีย น่าตีไข่แตกแบบสุดๆ นาที 81 มอร์แกน ซองซง ตั้งป้อมโยนโค้งๆ จากกราบขวาให้ คอสตาส มิโตรกลู ตัวสำรอง สะบัดชนเสาไกล จากนั้นนาที 89 “ตราหมี” ตอกฝาโลงสนิท ดีเอโก กอสตา รับบอลตรงเขตโทษฝั่งซ้าย ไหลย้อนให้ โกเก ป้ายออกด้านขวา กาบี แต่งหนึ่งครั้ง แล้วกดเรียดย้อนศร ทิ้งห่าง 3-0

จบเกม แอต.มาดริด ฉลองโทรฟีสมัย 3 ต่อจากปี 2010 และ 2012 ขณะที่ มาร์กเซย อกหักครั้งที่ 3 เช่นเดียวกับปี 1999 และ 2004

รายชื่อ 11 ตัวจริง
มาร์กเซย : สตีฟ ม็องดองดา , หลุยซ์ กุสตาโว , อดิล รามี , จอร์แดน อมาวี , บูนา ซาร์ , ดิมิทรี ปาเยต , มอร์แกน ซองซง , อังเดร แซมโบ อังกิสซา , วาเลรี แชร์แมง , ลูคัส โอคัมโปส , ฟลอริยง โตแว็ง

แอต.มาดริด : แยน โอบลัก , ดีเอโก โกดิน , โฆเซ กิมีเนซ , ลูคัส เฮร์นานเดซ , ซิเม เวอร์ซัลจ์โก , กาบี , ซาอูล นิเกวซ , โกเก , อังเคล คอร์เรียอา , อองตวน กรีซมันน์ , ดีเอโก กอสตา